บังฟ้าเบิกอบาย

อ่านหนังสือด้วยกัน โดย ชมัยภร บางคมบาง

ชื่อหนังสือ บังฟ้าเบิกอบาย
ประเภท รวมบทกวี
ผู้เขียน นายทิวา
สำนักพิมพ์ ออน อาร์ต

บังฟ้าเบิกอบาย ของ นายทิวา เล่มนี้ ชื่อหวาดเสียวมาก  เพราะเป็นการกลับวรรคของนิราศนรินทร์  ให้ความหมายตรงกันข้าม  คือเหมือนว่าเป็นการบังฟ้า  บังสิ่งที่ดี ๆ และเบิกแต่สิ่งชั่ว ๆ ออกมา  ข้าพเจ้าจึงเริ่มต้นอ่านไปด้วยความหวั่นไหว  และในหน้าแรกบรรณาธิการบอกว่า “อบายรุกเร่งใจเร้า  ปลุกฟื้นปลอบขวัญ” ข้าพเจ้าก็ยิ่งจิตตก 

ใน ๑๓๙ หน้าแรก จึงเต็มไปด้วยการบังฟ้าเบิกอบายออกมาร่ายรำในสังคมไทย  นายทิวาสะท้อนปัญห่าอบายอย่างเมามัน  ซึ่งเป้นปัญหาหลักและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้าหรือทุกหัวระแหงของแผ่นดินนี้  ตั้งแต่ยุคเทพ (เทพประทานห่าลง) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแม่บ้าน (จู่ จู่ ข้าพเจ้าก็ศักดิ์สิทธิ์) ราหูอมเรา (พระราหูเป็นที่พึ่งของชาวชน) หลอกผีกระสือ (ชาวบ้านว่าเคยเจอแต่ไม่ประจำ)อสุรกลาย (อสุรกลายปรุงแต่งอสุรกลาย) ศาสดาอวตาร (หนูเป็นศาสดาใช่ไหมแม่) จันทร์ซ้อนซ่อนจันทร์ (ต้องคืนนี้เท่านั้นวันรวมหมู่ เสกคาถามหาละลวยรวยแน่กู) มูเดินสายนอก (แล้วเขาเตรียมเหินบินไปหลายแห่ง) มูเดินสายใน (หมดทุนเดินสายใจวังเวง) ฎีกาปีชง (สี่ปีชงแปดปีเฉาเศร้าทุกวัน) ขอได้ไหว้รับ(เขาว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่) มหามงคลออนไลน์ (ข้าพเจ้าเฝ้าหน้าจอต่อให้ติด มหามงคลเติมชีวิตตะกายสวรรค์) ฯลฯ

พอขึ้นหน้าที่ ๑๔๐  ซึ่งถือเป็นภาคหลัง  ซึ่งน่าจะเป็นภาค “บังอบายเบิกฟ้า” แน่แล้ว   ความจริงในใจที่ไม่ใช่คำบ่นคำเหน็บก็เริ่มปรากฏ  นั่นสิ ถ้าบ้าบังฟ้าเบิกอบายกันเสียขนาดนั้น  เราจะแก้หรือมองให้เห็นอบายอย่างไร  เขาจึงเริ่มต้นด้วย “ความจริงที่มองไม่เห็น”

เมื่อไม่เห็นความจริงที่ปรากฏ
ย่อมไม่เห็นทั้งหมดที่ควรเห็น
ความจริงซุกซ่อนบางประเด็น
ที่อยู่ที่เป็นย่อมเป็นไป

(ความจริงที่มองไม่เห็น)

 และยืนยันว่า  พวกคุณผู้บังฟ้าเหล่านั้นกำลัง “หลอกตัวเอง”

เห็นที่เห็นที่เป็นไปที่เป็นอยู่
เราต่างรับรู้ ใช่ ไม่ใช่
จริงเท็จเป็นอยู่และเป็นไป
ดีไม่ดีรู้แก่ใจดีไม่ดี

(หลอกตัวเอง)

ดังนั้น  ที่บังฟ้าและเบิกอบายเหล่านั้น เราล้วนเป็น “เหยื่อ”

ในทุกทุกวิกฤติมีโอกาส
ล้มเหลวผิดพลาดเกิดขึ้นได้
ทุกปัญหามีทางออกเพื่อออกไป
ทุกทางออกไม่ใช่ปัญหามี

(เหยื่อ)

แล้วเขาก็ชี้ว่า แล้ว “เราจะเห็นความจริงได้อย่างไร”

เราจะเห็นความจริงได้อย่างไร
ได้ โดยการเปิดใจร่วมค้นหา
เปิดความจริง ว่อนเร้นเร้นศรัทธา
เปิดให้สิ้นมายาด้วยความจริง

(เราจะเห็นความจริงได้อย่างไร)

บทสุดท้าย “บังอบายเบิกฟ้า” ก็เลยสอนเอาดื้อ ๆ

ทำดี ละชั่ว จิตเบิกบาน
ธรรมที่กระทำการย่อมดีกว่า
มั่นด้วยสติเกิดปัญญา
บังอบายเบิกฟ้าศรัทธาคน

(บังอบายเบิกฟ้า)

การบังฟ้าเบิกอบายของ นายทิวา ก็เลยปิดด้วย บังอบายเบิกฟ้า ด้วยประการฉะนี้ (แต่อย่างไรก็ดี  ข้าพเจ้าก็ต้องตั้งสติกับการเวียนวนตอกย้ำไปตอกย้ำมาของบรรดาถ้อยคำต่าง ๆ อยู่เหมือนกันนะ จะบอกให้)

ชมัยภร บางคมบาง
ชมัยภร บางคมบาง

ชมัยภร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) หรือ ไพลิน รุ้งรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปีพุทธศักราช 2557 เกิดเมื่อปี 2493 เริ่มงานเขียนครั้งแรกด้วยบทกวีและเรื่องสั้นเมื่อครั้งยังเรียนชั้นมัธยม เริ่มงานวิจารณ์ครั้งแรกเมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ และวิทยากรเผยแพร่ความรู้ด้านการเขียน

Articles: 15